แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคร็ดลับต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคร็ดลับต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

8 วิธีถนอมสายตาเมื่ออยู่หน้าคอมพ์

1. เลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบแบบง่ายๆ ทำโดยการปิดสวิตช์ภาพ แล้วเอาหรือแขนไปจ่อไว้ไกล้ๆ จอภาพให้มากที่สุด ซึ่งจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่บริเวณผิวเลย

2. ปรับแสงและความคมชัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตาให้มากที่สุด รวมทั้งความสว่างภายในห้องเราด้วย เพราะหากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า และจอภาพมีความสว่างมาก ก็ยิ่งสงผลเสียต่ดวงตาได้ง่ายขึ้น

3. ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาพอประมาณ 18-24 นิ้วหรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับระดับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา ซึ่งหากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กันอาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย

4. ควรใส่แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการช่วยกระจายรังสีจากคอมพิวเตอร์สู่สายตา ที่สำคัญควรเลือกแบที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้

5. ทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เพราะฝุ่นละอองอาจะทำให้เกิดการสะท้อนมากยิ่งขึ้น

6. การหยุดพักหรือการเปลี่ยนแปลงตารางการทำงานซะใหม่ จะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้าจากการจ้องหรือเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ เช่น หยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง แล้วค่อยเริ่มการทำงานต่อไป ก็จะช่วยให้ถนอมสายตาได้

7. ใช้ผ้าซุปน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา และหลับตาสัก 2-3 นาที หรือจะให้ดีกว่านั้น ปิดไฟ นอนพะสักครู่ เพื่อเป็นการซาร์ตพลังงายให้กลับสายตามาแข็งแรงอีกครั้ง

8.สำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ แจจะเกิดการตาแห้งเพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นห้องห้องแอร์ เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้อากาศแห้ง การหยดน้ำตาเทียมก็จะช่วยให้ตากลับมาสดชื่นอีกครั้งได้

***ตะบองเพชรช่วยได้

ลองหากระถางกระบองเพชรต้นเล็กๆ มาวางใกล้ๆ กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ดูสิ เพราะกระบองเพชรมีความสามรถดูดซับสังสี ได้เป็นอย่างดี

ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าตาของหัวใจ แต่ถ้าไม่ไช่ดวงตาล่ะ เราจะใช้อะไรเป็นหหน้าตาของหัวใจดี…???


ขอขอบคุณ : นิตยสาร candy

5 เทคนิคแก้เมารถแบบมือโปร

แผนการท่องเที่ยวที่แพลนไว้ดิบดีต้องหมันแน่ๆ ถ้ามัวแต่เมารถ แต่สำหรับนักเดินทางมือโปร เรื่องนี้ไม่มีทางเกิด เพราะเขามีวิธีที่ได้ผลที่สุดไว้ป้องกันตัว

มองไปข้างหน้า

ข้อห้ามของการนั่งรถทางไกลคือต้องไม่ก้มหน้าอ่านหนังสือหรือเล่นเกมเพราะการก้มหน้าจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก ที่นี้อาการคลื่นใส้ อาเจียนมึงงก็จะตามมา

หยุดพักเมื่อมีโอกาส

อย่างตุลุยนั่งรวดเดียวสิบชั่วโมงรวด ถ้าเป้นไปได้คุณควรบอกให้คนขับจอดพักเป้นระยะๆ อาจจะขอเข้าห้องน้ำหรือเดินยืดสายก้ยังดี เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวกขึ้น

เบาะนี้ของจอง

ท้ายรถจะเป้นส่วนที่ได้รับแรงเหวี่ยงแรงกระทบของรถมากกว่าส่วนหน้าคนที่นั่งตรงนี้จึงเสี่ยงกับการเมามากกว่า เพราะฉะนั้นคนฉลาดอย่างเราจึงต้องใช้วิชาพลิ้วไปนั่งข้างหน้าก่อนที่คนอื่นจะมาแย่งไป

อย่ากินเต็มที่

การมีอาหารเต็มท้องจะทำให้คุณยิ่งรู้สึกคลื่นใส้มากขึ้น ถ้ารู้ว่าจะต้องเดินทาง ผู้หญิงขี้เมาทั้งหลายจึงไม่ควรทางอาหารเต็มที อย่างมากก็รองท้องมานิดๆ หน่อย ก็พอ

เปิดกระจกให้อากาศถ่ายเท

ออซิเจนจะช่วยให้สมองแจ่มใส ลดอาอารเมาลงไปได้ ถึงจะนั่งที่ปิดหน้าต่างมิดชิด แต่ก็ควรที่จะเปิดเป้นครั้งคราว ให้ลมข้างนอกพอออกซิเจนเข้ามาในตัวรถ ยิ่งถ้านั่งที่แออัด ผุ้โดยสารเพียบ ยิ่งควรเปิดหน้าต่างบ่อยๆ ให้อากาสถ่ายเทได้สะดวก


ที่มา : นิตยสาร SPICY

การผ่อนคลายความโกรธ

เมื่อเด็กโกรธจนร้องหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็กลับอารมณ์แจ่มใสอีกครั้ง การพักผ่อนนั้นสามารถตัดสิ่งเร้าได้ชั่วคราว เป็นการผ่อนคลายทั้งร่างกายและความคิด หากการผักผ่อนนั้นสามารถช่วยให้เรากลับมาเริ่มต้นอยู่ในภาวะที่คุมตัวเองได้ มีเหตุผล มีสติแล้ว ยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน แทนการหลับยาวๆ ในทุกครั้งที่เรารู้สึกโกรธ ต้องขอบคุณที่มีผู้ค้นพบและให้คำตอบว่ามนุษย์สามารถผ่อนคลายง่ายๆ ได้เพียงการทำให้ร่างกายอยู่ในท่าที่สบายๆ หายใจลึกๆ ช้าๆ อยู่ในห้องที่เสียบสงบ จอจ้อกับสิ่งที่ไม่กระตุ้นอารมณ์ เช่นนับ 1-10 พูดปลอบตัวเอง เปลี่ยนอากาศไปทำกิจกรรมที่ชอบ เช่นการฟังเพลง ดูหนัง รวมถึงการนึกเรื่องดีๆ นึกถึงสถานที่ที่ผ่อนคลายอารมณ์ในจิตนาการ วิธีเหล่านี้ก็สามารถใช้ได้กับเด็กเช่นกัน ลองเริ่มจากวิธีการเหล่านี้บ่อย ๆ คุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงในไม่ช้า



พ.ญ.ณัฏฐิฯ ชินนะจิตพันธุ์

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วิธีการประหยัดให้พอกินพอใช้ตลอดเดือน


วันนี้ผมได้เห็นข้อมูลจากหนังสือในการประหยัดตังค์ให้พอใช้ที่จะจับจ่ายอย่างคุ้มค่า แม้จะเขียนมานานแล้ว แต่ก็มีประโยชน์และดูจะเหาะกับเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้

1.ถ้าจะทำอะไรกินควรจะรู้จัดคำว่าทำอะไรก่อนหลัง เพื่อประหยัดไฟ

2.เวลาซื้อไก่ ควรจะซื้อทั้งตัว จะถูกกว่าไก่แบบตัดเป็นชิ้นๆ แต่ถ้าหากมีเงินพอแค่ซื้อเป็นชิ้นๆ ก็ซื้อไปเถิด…อย่าซื้ออะไรเกินตัว

3.ก่อนจะออกไปซื้อของ ควรกินอะไรรองท้องให้อิ่มเสียก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อกินนอกบ้าน ขอให้พกเงินติดตัวให้น้อย จะได้ไม่ต้องจ่าย(ทำได้ไหมเอ๋ย)

4.ถ้ามีรถยนต์ส่วนตัวใช้ ควรสูบลมยางให้มากว่าเลขต่ำสุดที่บอกไว้สัก 2-4 ปอนด์ จะทำให้ยางสึกหรอน้อยลง พวงมาลัยคล่องขึ้น กินน้ำมันน้อยลง เวลาขับอย่าเร่งเครื่องเร็วเกินไป ความเร็วปานกลาง จะกินน้ำมันน้อย อย่าแก่เหยียบห้ามล้อบ่ายๆ หรือแสดงอภินิหารเลี้ยวรถแบบยกล้อ…..บางจะสึกและเสีย หรืออาจจะทำให้รถตามหลังอารมณ์เสียจนเราต้องเจ็บตัวหรือเสียอะไรก่อนถึงที่หมาย ทางที่ดีควรขึ้นรถประจำทางหรือรถไฟฟ้าดีกว่านะครับ

5.ประหยัดไฟฟ้าด้วยการปิดไฟเวลาไม่ใช้งาน หรือถ้าเป็นห้องแอร์ ควรต้องหิดหน้าต่างให้มิดชิด ห้องจะได้เย็นอยู่เรื่อยๆ ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องสตาร์ดบ่อยๆ จะทำให้ประหยัดไฟฟ้าได้มาก

6. ซื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ปลา กุ้ง ผัก ผลไม้ ควรซื้อจากแม่ค้าโดยตรง ไม่ควรผ่านคนกลาง ราคาจะถูกลง ถ้าจะให้ดี….จงไปตลาดกำลังจะวาย จะได้ของถูกว่าตอนเช้า (แต่ของที่ได้ก็คงไม่ค่อยดีนัก ก็เหลือเลือกมาแล้ว…..ปลาก็คงแทนที่เนื้อจะแข็ง กลายเป็นเนื้อนิ่ม ผักก็คงไม่สดเท่าไรนัก)

7.ถ้าลูกๆ ของเงินไปดูหนัง ให้บอกว่า ไปสวนสาธารณะดีกว่าลูก จะได้ไม่ต้องเสียเงิน (แต่อย่าไปสวนจตุจักร เพราะดีไม่ดีอาจจะถูกข่มขืนเป็นของแถม)

8.เงินเดือนออกทุกครั้ง ถ้าทำได้พยายามเก็บเงินจำนวนหนึ่งเอาไปฝากออมทรัพย์….หากต้องการใช้ระยะใกล้ๆ อย่างน้อยจะได้ดอกเบี้ยบ้างเพราะเขาให้เป็นรายวัน ถ้าคิดว่าไม่ใช้ ถ้ามีเงินเหลือใช้น่าเอาไปฝากธนาคารแบบฝากประจำ ดอกเบี้ยจะมากกว่า โดยออมทรัพย์ร้อยละ 2.5 ฝากประจำอาจจะร้อยละ 5 ถ้าจะให้ดีซื้อพันธบัตรรัฐบาล ปัญหาก็ตรงที่ว่า เราพอจะมีเงินฝากเชียวหรือ ส่วนมากหน้ามืด(ไม่พอใช้) กันเกือบทุกเดือนเป็นประจำอยู่แล้ว

9.ถ้าเงินไม่พอใช้ จำเป็นต้องกู้ ควรจะกู้แบบระยะสั้น ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ขูดจนเดือดซิบๆ ไม่ควรกู้แบบส่งผ่อนระยะยาว ดอกเบี้ยมันจะงอกยาวตามไปด้วย

10.ถ้ามีประกันชีวิตหรือประกันภัย ควรส่งเป็นรายปีดีกว่ารายเดือนเพราะประหยัดเงินไปได้เกือบ 7- 8 เปอร์เซ็นต์

11.เวลาเขียนจดหมาย ควรใช้แบบไปรษณียบัตรจะถูกกว่าเขียนแบบใส่ซองจะเสียตรงชาวบ้านได้อ่านกันเพลิน เพราะนิสัยคนไทยค่อนข้างจะสอดรู้สอนเห็นเรื่องชาวบ้านอยู่เรื่อยๆ

12. ถ้าใครในบ้านเกิดเจ็บป่ายต้องกันยา อย่าไปซื้อยาตามร้านกินเองเพื่อหวังว่าจะได้ไม้ต้องเสียค่าตรวจ แต่จะตายเพราะไม่ได้ตรวจ ฉะนั้น อย่าได้เสียดายเงินเรื่องให้หมอตรวจ อย่าซื้อยากินเองโดยพลการจากหมอตี๋ตามร้าน

13. จะซื้อยาอะไร ขอให้นึกก่อนซื้อ ว่าอะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็น…ซึ้งพี่ไทยก็เหมือนกัน คือ…นึกอย่ากซื้อของทุกวันที่ขวางหน้าไม่ว่าจะจำเป็น